กสิกรไทยจับมือเครือ รพ.กรุงเทพ เปิดบัตรร่วมฯ ดูแลสุขภาพครบวงจร

ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ เปิดตัวบัตรเครดิตร่วมเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ-กสิกรไทย เสนอสิทธิประโยชน์ในการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร พร้อมเอกสิทธิ์มากมาย พร้อมตั้งเป้ายอดบัตร 150,000 ใบใน 3 ปี มูลค่าการใช้จ่ายกว่า 16,000 ล้านบาท
นายกฤษฎา ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีกลุ่มผู้รักและใส่ใจในการรักษาสุขภาพเพิ่มมากขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องใช้บริการดูแลด้านสุขภาพกับโรงพยาบาลที่มีคุณภาพสูงสุด ธนาคารจึงได้ร่วมมือกับเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ เครือข่ายโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของไทย ออกบัตรเครดิตร่วมเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ-กสิกรไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ที่ไม่เพียงมุ่งเน้นเรื่องการดูแลสุขภาพกาย แต่เป็นการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร เพื่อความสมบูรณ์ทั้งสุขภาพกายและใจ และได้รับบริการทางการเงินที่มีคุณภาพด้วย ซึ่งเป็นที่มาของบัตรเครดิตที่ตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้รักสุขภาพ
ด้านนายแพทย์ชาตรี ดวงเนตร ประธานคณะผู้บริหาร ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ปัจจุบันเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นผู้นำเครือข่ายทางการแพทย์อันดับ 1 ของประเทศไทย และเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยได้ขยายเครือข่ายรวม 17 สาขา ประกอบด้วยกลุ่มโรงพยาบาลชั้นนำ 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบีเอ็นเอช** ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการแทบทุกภูมิภาคของไทย การร่วมมือกันทางธุรกิจสำหรับบัตรเครดิตร่วมเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ-กสิกรไทยในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งความมุ่งหมายในการพัฒนาความพึงพอใจให้กับลูกค้าด้วยสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากมายที่จะได้รับจากการเป็นผู้ถือบัตร
สำหรับความร่วมมือในการเปิดตัวบัตรเครดิตร่วมเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ-กสิกรไทยจะเป็นความร่วมมือในการให้บริการทางการแพทย์และการเงินที่สมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งจะช่วยให้ผู้มาใช้บริการที่เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้รับบริการคุณภาพทั้งการรักษาพยาบาลและการชำระเงิน โดยจะนำเสนอสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพให้กับลูกค้าของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดสูงสุดถึง 30% บริการรถพยาบาลฉุกเฉินฟรี สามารถอัพเกรดห้องพักผู้ป่วย ส่วนลด 50% สำหรับบริการเฮลิคอปเตอร์การแพทย์ฉุกเฉิน
นายกฤษฎา กล่าวเพิ่มเติมว่า บัตรเครดิตร่วมเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ-กสิกรไทย ภายใต้แนวคิด ฝากสุขภาพคุณ...ให้เราดูแลได้รวบรวมสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อาทิ รับส่วนลดเมื่อใช้บริการที่เครือโรงพยาบาลฯ ทุกแห่ง พร้อมรับความคุ้มครองประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล วงเงินคุ้มครองถึง 100,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ 3,000 บาทต่อครั้งแบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง สิทธิพิเศษทางด้านการเงินจากธนาคารกสิกรไทย สำหรับบริการกู้สินเชื่อบ้านและบริการเงินฝาก รวมถึงสิทธิพิเศษจากร้านค้าพันธมิตรต่าง ๆ ที่ร่วมรายการ ไม่ว่าจะเป็น สายการบิน สปา ฟิตเนส ร้านอาหาร โรงแรม บริการรถเช่า

แหล่งที่มา www.Newswit.com ประจำวันที่ 20 ก.ค. 2554

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

จี้รบ.ตอบโจทย์กินดีอยู่ดี ฝาก'ยิ่งลักษณ์'

    
     เสี่ยปั้นแนะรัฐบาลปู "ยิ่งลักษณ์"ตอบโจทย์ปัญหาเศรษฐกิจ-สังคม สร้างความกินดีอยู่ดีให้ประชาชน เน้นความสำคัญด้านการศึกษา จวกเปลี่ยนรมว.ศึกษาฯบ่อยกว่าเปลี่ยนผ้าอนามัย ย้ำยังคงเป้าสินเชื่อ-แผนธุรกิจรอดูนโยบายรัฐ

 นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง " ขับประเทศไทย ภายใต้บริบท "เศรษฐกิจ สังคม ยุครัฐบาล"ว่า บุคคลใดจะเข้ามานั่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีไม่สำคัญเท่ากับการแก้ไขโจทย์ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา เพราะที่ผ่านมาไม่มีนโยบายที่เป็นรูปธรรม ซึ่งมีการเปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อยเหมือนเปลี่ยนผ้าอนามัย ทั้งนี้การศึกษาถือเป็นรากฐานของการดำเนินชีวิต หากประชาชนมีความรู้ก็จะสามารถช่วยเหลือตนเองในการประกอบอาชีพได้
 "การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกรัฐบาลให้ความสำคัญและตั้งความหวังมาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าสามารถทำได้ โดยที่ผ่านมามีโครงการเรียนฟรีก็ถือว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ประชาชนมีการศึกษาขึ้นแต่ทั้งนี้ก็ไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุด และวิธีที่ดีที่สุดคือควรให้การศึกษาเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างแท้จริง ทำให้คุณภาพการเรียนรู้เกิดขึ้นจริง และทำให้ประชาชนโดยรวมมีความรู้สามารถทำมาหากินในเวทีโลกได้"
 ขณะที่ประเด็นทางเศรษฐกิจก็ควรให้ความสำคัญควบคู่กันไปพร้อมๆ กับการศึกษา เนื่องจาก หากระบบการศึกษาเดินหน้าเศรษฐกิจก็เดินหน้า ซึ่งถ้าเศรษฐกิจขยายตัวดีอยู่แล้วและประชาชนก็มีความรู้ความสามารถก็ยิ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ดียิ่งขึ้น
 นายบัณฑูร กล่าวว่า การที่ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกนั้น ส่วนตัวแล้วเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เพราะผ่านกระบวนการ กติกา ทางด้านการเมืองมาแล้ว แต่ต่อจากนี้จะขึ้นอยู่กับการบริหารอำนาจที่ได้มาว่าจะทำอย่างไร ซึ่งต้องใช้อำนาจที่ได้มาทำให้ประชาชนทุกคน ทุกชนชั้นในประเทศไทยมีความสุข และความเจริญเกิดขึ้นให้ได้
 ส่วนนโยบายประชานิยมในภาพรวมนั้น ก็มีสูตรของความพอดีอยู่ในตัวเอง ต้องพิจารณาว่าเงินคงคลังถูกนำไปใช้อย่างสมดุลหรือไม่ ซึ่งนำไปสู่ความเจริญทางด้านเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่ แต่ตอนนี้นโยบายต่างๆ ยังไม่มีความชัดเจน จึงยังไม่สามารถคาดการณ์ได้
 ขณะที่โจทย์ทางด้านภาคการเงินนั้น หากโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจมีความมั่นคง เชื่อว่าภาคเอกชนในทุกธุรกิจทุกองค์กรจะสามารถขยายการเติบโตทางธุรกิจได้ดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการเงินในภาพรวมอยู่แล้ว แต่ในทางกลับกันหากโครงสร้างพื้นฐานอ่อนแอภาคเอกชนก็อ่อนแอตามไปด้วย
 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปัญหาทางการเมืองจะไม่มีทางจบสิ้น ยังคงเดินไปตามครรลองของการเมืองอยู่ตลอด ซึ่งเมื่อจบปัญหาหนึ่งก็จะมีโจทย์ใหม่ให้เข้ามาแก้ไขอีก แต่โจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งทำคือทำอย่างไรให้ประชาชนไทยมีอาชีพที่ยั่งยืน มีงานทำ มีเสถียรภาพด้านรายได้ อัตราเงินเฟ้อไม่สูง
 นอกจากนี้ นายบัณฑูร ยังได้กล่าวอีกว่า ในปีนี้ธนาคารยังคงเป้าหมายสินเชื่อและแผนธุรกิจเดิมไว้ โดยธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้ที่ 7-9% ซึ่งเป็นการเติบโตของทุกกลุ่ม ทั้งสินเชื่อรายใหญ่ รายย่อย และเอสเอ็มอี ส่วนอนาคตจะมีการปรับเปลี่ยนเป้าหมายการดำเนินงานหรือไม่นั้นคงต้องรอดูนโยบายของรัฐบาลก่อน
 ขณะที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 13 ก.ค.นี้ เพื่อพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เชื่อว่า คงเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีหน้าที่ดูแลรักษาเสถียรภาพเงินตรา ส่วนรัฐบาลก็มีหน้าที่ผลักดันให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ

 แหล่งที่มา    จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,651  10-13  กรกฎาคม พ.ศ. 2554  http://www.thannews.th.com/index.php?option=com_content&view=article&id=74347:2011-07-11-01-59-26&catid=104:-financial-&Itemid=443 

    นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย ได้กล่าวกล่าวในงานสัมมนาเรื่อง " ขับประเทศไทย ภายใต้บริบท "เศรษฐกิจ สังคม ยุครัฐบาล"ว่า บุคคลใดจะเข้ามานั่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีไม่สำคัญเท่ากับการแก้ไขโจทย์ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ทั้งนี้การศึกษาถือเป็นรากฐานของการดำเนินชีวิต หากประชาชนมีความรู้ก็จะสามารถช่วยเหลือตนเองในการประกอบอาชีพได้     ขณะที่ประเด็นทางเศรษฐกิจก็ควรให้ความสำคัญควบคู่กันไปพร้อมๆ กับการศึกษา เนื่องจาก หากระบบการศึกษาเดินหน้าเศรษฐกิจก็เดินหน้า ซึ่งถ้าเศรษฐกิจขยายตัวดีอยู่แล้วและประชาชนก็มีความรู้ความสามารถก็ยิ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ดียิ่งขึ้น
 นายบัณฑูร ยังได้กล่าวอีกว่า ในปีนี้ธนาคารยังคงเป้าหมายสินเชื่อและแผนธุรกิจเดิมไว้ โดยธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้ที่ 7-9% ซึ่งเป็นการเติบโตของทุกกลุ่ม ทั้งสินเชื่อรายใหญ่ รายย่อย และเอสเอ็มอี ขณะที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 13 ก.ค.นี้ เพื่อพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เชื่อว่า คงเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีหน้าที่ดูแลรักษาเสถียรภาพเงินตรา ส่วนรัฐบาลก็มีหน้าที่ผลักดันให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

กสิกรไทยรุกประกันชีวิตมนุษย์เงินเดือน ตั้งเป้ากวาดเบี้ยประกันกว่า 500 ล้านบาท


               นายศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกแคมเปญผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตล่าสุด  “ประกันชีวิตมนุษย์เงินเดือน” สำหรับกลุ่มผู้ที่มีรายได้ประจำ หรือเป็นผู้มีรายได้หลักของครอบครัว หรือหัวหน้าครอบครัวที่ต้องการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวในระยะยาว ซึ่งจุดเด่นของแคมเปญดังกล่าว จะเป็นการรวมผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ กับการประกันโรคร้ายแรง และคิดเบี้ยประกันในอัตราที่ต่ำ เริ่มต้นเพียง 700 บาทต่อเดือน โดยชำระเบี้ยประกัน 15 ปี จะได้รับความคุ้มครอง 25 ปี
               ทั้งนี้ผู้ทำประกันชีวิตมนุษย์เงินเดือน จะได้รับจ่ายเงินคืนทุกปี ปีละ 1% ของทุนประกัน  เพื่อเก็บเป็นเงินออมสำหรับครอบครัว รับความคุ้มครองชีวิตสูงถึง 125% ของทุนประกัน และความคุ้มครองอุบัติเหตุเพิ่มอีก100% ของทุนประกัน เมื่อครบสัญญาจะได้รับรวมผลประโยชน์สูงถึง 150% ของทุนประกัน พร้อมสามารถใช้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีได้ตามเกณฑ์กรมสรรพากร
              นอกจากนี้จะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากโรคร้ายที่ไม่คาดคิดใน 4 กลุ่มโรคร้ายแรง ได้แก่ กลุ่มโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจ กลุ่มโรคมะเร็ง กลุ่มโรคที่มีภาวะขั้นรุนแรงขั้นสุดท้ายของ ตับ ปอด และไต และกลุ่มอื่น ๆ เช่น อัลไซเมอร์ และทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร
                ธนาคารกสิกรไทย เชื่อว่าจะมีลูกค้าให้ความสนใจร่วมแคมเปญ “ประกันชีวิตมนุษย์เงินเดือน” มาก โดยคาดว่าจะมีผู้สนใจสมัครใช้บริการกว่า 40,000 ราย คิดเป็นค่าเบี้ยประกันกว่า 500 ล้านบาท โดยคาดว่าแคมเปญนี้จะช่วยกระตุ้นยอดขายเพิ่มประมาณ 30% ต่อเดือน
               สำหรับภาพรวมตลาดของธุรกิจประกันของธนาคารกสิกรไทย (Bancassurance) ในครึ่งปีแรกมีเบี้ยประกันรับกว่า 5,700 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2553 คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นถึง 27%




ปัจจุบันประเทศไทยมีมนุษย์เงินเดือนอยู่มากมาย และส่วนมากจะเป็นหัวหน้าครอบครัว และเป็นผู้หารายได้หลักสำหรับครอบครัว ดังนั้นหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงแก่คนในครอบครัว ธนาคารกสิกรไทยจึงได้ทำประกันชีวิตมนุษย์เงินเดือน เพื่อสำหรับคนวัยทำงาน เนื่องจากประกันชีวิตนี้ได้ให้ความคุ้มครองอย่างครบวงจรทั้ง คุ้มครองชีวิต อุบัติเหตุ และโรคร้าย รวมทั้งสามารถใช้เป็นช่องทางการเก็บออมเงินสำหรับใช้จ่ายยามจำเป็นในอนาคตได้ และเป็นกลยุทธ์ของบริษัทอย่างหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มยอดขายในแต่ละเดือนของบริษัทได้

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

กสิกรไทยปล่อยกู้สร้างคอนโดฯ ยูดีไลท์ ยกกำลังสองฯ


นายทวิช ธนะชานันท์ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และนายธนพล ศิริธนชัย (ที่ 2 จากขวา) ประธานอำนวยการ บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด ร่วมพิธีลงนามในสัญญาให้การสนับสนุนทางการเงินแก่บริษัท ฯ เพื่อใช้ในการก่อสร้างคอนโดมิเนียม โครงการยูดีไลท์ ยกกำลังสอง@บางซื่อ Station บริเวณ ซอยประชาชื่น 19 ณ ธนาคารกสิกรไทย สำนักพหลโยธิน เมื่อเร็ว ๆ นี้

แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ (วันพุธที่ 13 กรกฎาคม 2554)

ธนาคารกสิกรไทยร่วมกับบริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด ลงนามในสัญญาสนับสนุนทางการเงินแก่บริษัทฯ เพื่อใช้ในการก่อสร้างคอนโดมิเนียม

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

โจรแสบควงระเบิดปลอมบุกปล้นแบงก์ กวาดเฉียดล้านหนีลอยนวล


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 ก.ค. เกิดเหตุคนร้ายอายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน สวมหมวกผ้าปิดบังใบหน้าสวมทับด้วยแว่นตาสีดำ บุกเข้าวางระเบิดลักษณะคล้ายระเบิดไดนาไมต์ ขู่บังคับพนักงานประจำเคาน์เตอร์ธนาคารกสิกรไทย สาขาบ้านฉาง เลขที่ 51 หมู่ 3 ถนนสุขุมวิท อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ให้นำเงินใส่ในถุงพลาสติก ก่อนจะวิ่งออกไปขึ้นจักรยานยนต์ที่จอดข้างธนาคารขี่หลบหนีไป ใช้เวลาปฏิบัติการประมาณ 5 นาที ได้เงินไปเกือบ 1 ล้านบาท
ด้าน น.ส.วิไลพร ภูษณะภัทร เจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า  คนร้ายหยิบระเบิดออกมาจากเสื้อ วางไว้ที่หน้าเคาน์เตอร์ ก่อนจะยื่นถุงพลาสติกให้และบอกให้หยิบเงินใส่ พร้อมขู่ว่าหากไม่หยิบจะกดโทรศัพท์ที่ถืออยู่ให้ระเบิดทำงาน ตัวเองอยู่ในอาการตกใก็หยิบเงินให้จนหมดเคาน์เตอร์ คนร้ายจึงบอกให้หยิบอีกเคาน์เตอร์ที่อยู่ข้างกัน ส่วนใหญ่เป็นแบงก์ละ 1,000 บาท จำนวนหลายปึก ใส่ถุงพลาสติกก่อนจะหยิบใส่กระเป๋าวิ่งหนีออกจากธนาคาร ขณะนั้นได้กดสัญญาณเตือนภัย ก่อนที่ตำรวจจะมาถึงดังกล่าว คาดว่าคนร้ายน่าจะได้เงินไปเกือบๆ 1 ล้านบาท
เบื้องต้นตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดระยองได้ทำการเช็กรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ล่าสุดทราบว่า เป็นรถจักรยานยนต์ซูซุกิ คริสตัล สีดำ หมายเลขทะเบียน 544 แต่ไม่ทราบหมวดอักษร แต่มีอยู่ 3 คันในจังหวัดระยอง อย่างไรก็ตามหลังตำรวจทำการเก็บกู้ระเบิดพบว่าเป็นระเบิดปลอมที่ทำขึ้น

แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า  (จันทร์ที่ 11 กรกฎาคม 2554)
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม คนร้ายอายุประมาณ 30 ปี บุกเข้าวางระเบิดบังคับพนักงานประจำเคาน์เตอร์ธนาคารกสิกรไทย ให้นำเงินใส่ในถุงพลาสติก ก่อนจะวิ่งออกไปขึ้นจักรยานยนต์ที่จอดข้างธนาคารขี่หลบหนีไป ได้เงินไปเกือบ 1 ล้านบาท อย่างไรก็ตามหลังตำรวจทำการเก็บกู้ระเบิดพบว่าเป็นระเบิดปลอมที่ทำขึ้น


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

เคแบงก์รับรางวัลบริษัทที่มีธรรมาภิบาลดีเด่นของเอเชีย ปี 2554


นายปรีดี ดาวฉาย (ขวา) รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้แทนธนาคาร ฯ รับมอบรางวัลบริษัทที่มีธรรมาภิบาลดีเด่นของเอเชียประจำปี 2554 (Corporate Governance Asia Recognition Award 2011) จากวารสารคอร์เปอเรท กัฟเวอร์แนนซ์ เอเชีย ซึ่งธนาคาร ฯ ได้รับเป็นปีที่ 7 และเป็นผู้แทนนายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย รับรางวัลผู้บริหารยอดเยี่ยมของเอเชีย ประจำปี 2554 (Asian Corporate Director Recognition Award 2011) โดยมีนายแอลดริน มอนซอด (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัทนิวอินนิชิเอทีฟ เอเชีย เป็นผู้มอบ ณ โรงแรมคอนราด ฮ่องกง เมื่อเร็ว ๆ นี้

ธนาคารกสิกรไทยได้รับรางวัลบริษัทที่มีธรรมาภิบาลดีเด่นของเอเชียประจำปี 2554 จากวารสารคอร์เปอเรท กัฟเวอร์แนนซ์ เอเชีย และได้รับรางวัลผู้บริหารยอดเยี่ยมของเอเชีย ประจำปี 2554 อีก 1 รางวัล

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

กสิกรไทยครองตำแหน่งธนาคารเพื่อรายย่อย 4 ปีซ้อน


  
  ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล (ที่ 4 จากขวา) ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการมอบรางวัล Money&Banking Awards 2011 โดยมีนายอำพล โพธิ์โลหะกุล (ที่ 3 จากขวา) รองกรรมการผู้จัดการ และนายวัลลภ  ว่องจิตต์วุฒิไกร (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้แทนธนาคารฯ รับมอบ 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อยแห่งปี 2554 (Best Retail Bank of the Year 2011) เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน และรางวัลยอดเยี่ยม บูธสวยงามประเภทพื้นที่ขนาดใหญ่ เป็นปีที่ 5 โดยมีนายสันติ วิริยะรังสฤษฏ์ (ที่ 4 จากซ้าย) บรรณาธิการบริหาร วารสารการเงินธนาคาร ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่น กรุงเทพ เมื่อเร็ว ๆ นี้

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS